Final-Fantasy-XV

คุณ Jason ทีมงานจากเว็บไซต์ Kotaku มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ ฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับ Final Fantasy XV ในหัวข้อเกี่ยวกับ "ฉากจบเกม" เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีเนื้อหาสรุปดังนี้
 
- เมื่อถามถึงชะตากรรมของอิกนิส พรอมท์ กลาดิโอ หลังจากจบเกมไปแล้ว... คุณทาบาตะตอบคำถามนี้เหมือนกับที่ตอบในอีเวนต์ Final Fantasy XV Episode Cologne เมื่อปลายเดือนสิงหาคมว่า "พวกเขายังคงมีชีวิตอยู่" แต่ว่าคงไม่มี DLC ที่แสดงเนื้อเรื่องของสามคนนั้นหลังจากฉากเครดิตออกมาแล้ว ทั้งนี้คุณทาบาตะเน้นว่าบทสรุปของพวกเขา คงไม่ได้มีความสุขนักหรอก
 
- คุณทาบาตะบอกว่าพวกเขาเป็นปาร์ตี้ 4 คน และเมื่อคนหนึ่งในปาร์ตี้ จากไปอย่างถาวรแล้ว มันคงยากที่จะบอกว่าพวกเขามีความสุขกันได้ ทว่าพวกเขาก็ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ มีเป้าหมายของตนเอง คุณทาบาตะยืนยันว่าอย่างน้อยพวกบอยแบนด์จะภูมิใจกับสิ่งที่พวกเขาได้เผชิญและก้าวผ่านมา
 
- เมื่อถามถึงตัวตนของแม่น็อคติส คุณทาบาตะบอกว่าตอนนี้ยังบอกไม่ได้ (ไอ้คำว่าตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ทำให้คุณ Jason คิดว่าตรงนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของพล็อตที่จะออกมาในอนาคต)
 
- เมื่อถามว่าทำไมตอนที่จาเร็ดตาย พวกน็อคติสถึงแคร์กันขนาดนั้น? (ก็คืออยากรู้ว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันยังไง เพราะเรารู้แค่ว่าจาเร็ดเป็นพ่อบ้านตระกูลอมิทิเซีย) แต่คุณทาบาตะบอกว่าฉากนั้นน่าจะเป็นเพราะน็อคติสเห็นใจในความเจ็บปวดของทัลค็อตต์ ผู้เป็นหลานของจาเร็ดมากกว่า
 
- เมื่อคุณ Jason บอกว่ากระทั่งกองกำลังป้องกัน FFXV อย่างเขา ยังยอมรับว่าเนื้อเรื่องภาคนี้ยุ่งเหยิงและไม่สมบูรณ์เลย... คุณทาบาตะเองก็ยอมรับและบอกว่าใน Main game มันมีส่วนที่ขาดคำอธิบาย พวกเขาเองก็ได้รับฟีดแบ็คแบบนี้จากแฟน ๆ เช่นกัน
 
- คุณ Jason ถามต่อว่าสาเหตุที่การเล่าเรื่องมีปัญหาแบบนี้ เป็นเพราะ FF Versus XIII ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องเดิมก่อนจะรีบู๊ทใหม่เป็น FFXV และส่งมอบให้คุณทาบาตะในปี 2013 รึเปล่า? หมายถึงที่เนื้อเรื่อง FFXV มันยุ่งเหยิง ก็เพราะต้องเอาเนื้อเรื่องเดิมมากอบกู้ดัดแปลงใช่รึเปล่า?
 
คำถามนี้ คุณทาบาตะก็ต้องตอบตามมารยาทว่า "มันไม่เกี่ยวอะไรกับ Versus แน่นอนว่าการสร้างการผจญภัยครั้งใหญ่บน PS4 และ Xbox One เป็นงานยากที่จะประสบความสำเร็จ ในแง่นั้น เราอาจจะขาดพลัง ขาดความทักษะ และความสามารถ ที่จะทำให้มันเสร็จสิ้นบริบูรณ์ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันประสบความสำเร็จต่ำ พวกเรายังมองว่าสิ่งที่พวกเราทำนั้นได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้ว"
 
- นอกจากนี้คุณทาบาตะยังบอกว่าหนึ่งในจุดประสงค์ในการออก DLC ก็เพื่ออุด Plot Hole และทำให้ผู้เล่นเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น แกมองว่าพวกแกอยู่ในจุดที่สามารถท้าทายกับการแก้ไขจุดที่บกพร่องได้
 
- สุดท้าย นอกจาก Episode Ignis ที่จะออกในเดือนธันวาคมแล้ว คุณทาบาตะยังบอกใบ้เหมือนว่าจะมี Episode อื่นตามมาอีก (ซึ่งคุณ Jason ก็ว่าจะเป็นแค่อาร์ดีนกับลูน่านั่นแหละ) และคุณทาบาตะบอกว่าแกมีกำหนดจุดสิ้นสุดของ FFXV ไว้แล้วว่าจะเป็นเมื่อไหร่ หลังจากนั้น ทีมของแกก็จะเคลื่อนขบวนไปทำเกมถัดไป
 
- คุณทาบาตะบอกว่าโปรเจคท์ถัดไปของแก ไม่ใช่สำหรับเจเนอเรชั่นนี้ (เจอกันเจนฯ หน้า) พวกเขามองไปยังอนาคตไกลกว่านั้น คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะมีอะไรเป็นรูปร่างออกมา
 
 

 

คุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ตอบคำถามเรื่อง Pitiouss Ruins ภายในงาน PAX West 2017 โดยบอกว่าเดิมทีก็จะออกแบบให้มันเหมือน ๆ กับดันเจี้ยนอื่นทั่วไป จนกระทั่งส่งมอบให้คุณนากามุระ ที่เป็นคนทำ Texture ของภาคนี้ไปออกแบบตัวดันเจี้ยน
 
"วิธีคิดของเขาโคตรยูนีค ประหนึ่งว่ามีโลกส่วนตัวเป็นของตนเอง"
 
"เราคิดว่าดันเจี้ยนสุดท้ายคงยิ่งใหญ่มากหากมันเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง.... ดังนั้นเราจึงอนุญาตให้นายคนนั้นคิดได้อย่างอิสระ สร้างดันเจี้ยนสุดท้ายตามใจชอบไปเลย"
 
ก่อนหน้านี้คุณทาบาตะเคยพูดถึงการออกแบบฉากเรียกอสูรรามูในภาคนี้ออกมา โดยในเวอร์ชั่นแรก ๆ นั้นเคยออกแบบให้รามูโผล่ออกมาเฉพาะส่วนหัว แต่วันนี้แกขยายความเพิ่มเติมว่านั่นก็เป็นไอเดียของนากามุระ โดยนากามุระคิดว่า ตอนแรกจะให้เห็นกลุ่มเมฆก่อน ก่อนที่เมฆจะแหวกออก แล้วมีหน้าของรามูลอยลงมาจากฟ้า มุ่งมาหาน็อคติส แต่หลังจากนั้นคุณทาบาตะก็จำไม่ได้เหมือนว่าจะให้รามูโจมตียังไงต่อ แล้วไอเดียนั้นก็โดนปัดตกไปแล้ว
 
และสุดท้าย... แด่ดันเจี้ยนสุด คิด.วิเคราะห์.แยกแยะ.
 
"When I asked, Tabata shot down that one bonkers theory about Pitioss Ruins’ story, adding that there are aspects of Final Fantasy XV’s background lore that will be explained in future downloadable content"
 
 
สรุปบทสัมภาษณ์คุณ ฮาจิเมะ ทาบาตะ จากเว็บไซต์ Jeuxvideo-live ครับ อันนี้ข่าวมา 4 วันแล้ว แต่ผมพึ่งจะเห็น ซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นสาระสำคัญครับ
 
- จากแบบเซอร์เวย์ที่ให้แฟน ๆ โหวต พบว่าแฟน ๆ เรียกร้องให้ทำ DLC เรื่องลูน่าและอราเนีย ไว้เสร็จงานกับ DLC Episode Ignis ก่อน ทีมงานถึงจะสามารถพูดเรื่องหลังจากนั้นได้ ส่วนตัว คุณทาบาตะคิดว่าน่าจะได้ทำ DLC แคแรคเตอร์อื่นต่อในปีนี้ แต่เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวนะ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะได้ทำหรือไม่ได้ทำ
 
- การพัฒนา PC Edition และ Pocket Edition เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นระหว่างพัฒนาภาคคอนโซลอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าหลายคนไม่เล่นคอนโซล บางคนเล่นแต่เกม PC หรือสมาร์ทโฟนเท่านั้น ก็อยากให้คนกลุ่มนี้ได้เล่น เลยทำลง 2 ระบบที่ว่าด้วย
 
- ส่วนการทำแพทซ์ให้ PS4 และ Xbox One อันนั้นไม่ใช่สิ่งที่คิดกันไว้แต่แรก แต่เกิดมาจากฟีดแบ็คของผู้เล่น ว่าพวกเขาชอบ-ไม่ชอบอะไร
 
- ส่วน DLC Episode Gladiolus, Prompto, Ignis และ Multiplayer (Comrades) เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นในช่วงกลางของการพัฒนาเกม แต่ทีมงานเห็นว่าแค่ตัวเกมหลักมันก็มีเนื้อหาเพียงพอแล้ว แต่เชื่อว่าผู้เล่นเองก็อยากจะสนุกกับเกมนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก็เลยทำเพิ่มเป็น DLC ให้ผู้เล่นสนุกกันได้นานขึ้น
 
- ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีวันสิ้นสุด สำหรับแผนอัพเดท FFXV อย่างเป็นทางการนั้นมีถึงแค่สิ้นปีนี้เท่านั้น ส่วนปีหน้าเป็นต้นไปจะเป็นยังไงหรือจะยุติการอัพเดท ก็เป็นประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ตอนนี้จึงยังไม่สามารถประกาศเรื่องหลัง DLC อิกนิสได้
 
- คุณทาบาตะบอกว่าถ้าแยกร่างได้ คงให้คนหนึ่งคอยอัพเดท FFXV ให้เป็นเกมที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนอีกคนหนึ่งไปใช้ความรู้ทั้งหมดสร้างเกมใหม่ น่าเสียดายที่ทำแบบนั้นไม่ได้ (หัวเราะ)
 
 
ส่วนอันนี้เป็นคลิปเกมเพลย์ 20 นาทีแรกของ Final Fantasy XV -Pocket Edition- จากงาน PAX 2017 มาดูภาพในแบบมุ้งมิ้งกันบ้างว่าจะงุ้งงิ้งกิงก่องแก้วแค่ไหน

 


สุดท้าย เป็นลิงค์ Line Up เกมที่ทางค่ายจะนำไปโชว์ในงาน TGS 2017

- http://www.novacrystallis.com/2017/09/square-enix-reveals-tgs-2017-lineup-stage-schedule/
- http://www.jp.square-enix.com/tgs17/

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2017
09.35 - 10.20 : ATR เปิดเผยข้อมูลรอบล่าสุด Final Fantasy XV
10.40 - 11.25 : เผยตัวละครใหม่ Itadaki Street Dragon Quest & Final Fantasy 30th Anniversary Dice On!
12.50 - 13.35 : เผยข้อมูลล่าสุด Dissidia Final Fantasy NT

 

ตัดตอนจากบทสัมภาษณ์คุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับ Final Fantasy XV ที่ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ IGN ฝั่งสเปนครับ ผมตัดมาเฉพาะข้อที่ผมอ่านแล้วบันเทิงเท่านั้น
 
IGN : ผมคิดว่าวิถีชีวิตของเรามีชื่อเสียง คุณย่อมเคยได้ยินว่าพวกเรานอนดึก ชอบปาร์ตี้ ทำงานน้อยแล้วก็ไปนอนกลางวัน มันเป็นความจริง แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนซะทีเดียว กรณีของผม เป็นชาวสเปนที่ใช้ชีวิตในซานฟรานซิสโก และทำงานแบบคนอเมริกัน ผมว่าคุณน่าจะนึกออก ผมไม่สามารถบอกให้ทำงานวันละ 15 ชั่วโมงเหมือนคนอื่นได้เพราะผมเองก็ชอบใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูง และงานอดิเรก
 
ทาบาตะ : ผมทำงานวันละ 15 ชั่วโมง ในญี่ปุ่นเราต่างทำงานกันหนัก คนสร้างเกมในญี่ปุ่นก็บ้า (หัวเราะ) ผู้คนที่นั่นทำงานกันอย่างกับหุ่นยนต์ (ยังหัวเราะไม่หยุด) แต่ผมว่าถ้าไม่ทำกันขนาดนี้ ป่านนี้ผมคงตายไปแล้ว (หมายถึงต้องทำงานกันขนาดนี้แหละ ถึงจะอยู่รอดได้) ผมก็นะรู้ว่ามันโคตรไม่ดีต่อสุขภาพเลย บอกตามตรง ผมชอบปรัชญาการใช้ชีวิตแบบชาวสเปนนะ
 
--------------------------
 
IGN : คุณชอบเล่นเกมอะไรยามว่าง?
 
ทาบาตะ : เกมแนว Simulation
 
IGN : อันไหนที่ชอบเป็นพิเศษ
 
ทาบาตะ : Civilization แล้วผมก็ชอบเกมที่ค่อนข้างอิสระอย่าง GTA และ Skyrim... หรืออย่าง FIFA ก็ชอบนะ 
 
IGN : จริงอ่ะ?
 
ทาบาตะ : จริง ผมชอบฟุตบอล ที่จริงผมอยากเข้าวงการเกมมาก็เพื่อทำเกมฟุตบอล รู้จักกัปตันซึบาสะมั้ย? หนึ่งในเกมแรก ๆ ที่ผมทำก็คือกัปตันซึบาสะภาค SFC (Captain Tsubasa V: Hasha no Shougou Campione - 1994)
 
(ผมลองเช็คดูแล้ว แกมีเครดิตในเกมนั้นจริงด้วย)
 
IGN : ตอนเด็ก ๆ ผมชอบดูมากเลย บูชาเลย โดยเฉพาะ Mark Lenders (ชื่อเวอร์ชั่นอังกฤษของเฮียวงะ)
 
ทาบาตะ : ผมเนี่ยและเป็นคนทำท่าไม้ตายของเฮียวงะ โคจิโร่ มันเรียกว่า ไทเกอร์ช็อต ใช่ป่ะ?
 
IGN : ถ้าชอบ FIFA และกัปตันซึบาสะ แปลว่าชอบฟุตบอลจริง ๆ รวมถึงฟุตบอลลาลีกาด้วย? ได้ตามลาลีกามั้ย? ขอโทษนะครับแต่ขอถามคำถามตามธรรมเนียมหน่อยว่า : Real Madrid หรือ F.C. Barcelona
 
ทาบาตะ : ชอบทั้งคู่เลย ตัดสินใจไม่ได้หรอก
 
IGN : พูดงั้นได้ไง ตอบบาร์ซ่าไม่ได้เหรอ? ผมเนี่ยสาวกคาตาลันเลย
 
ทาบาตะ : (หัวเราะหนักมาก) ผมไม่ได้อะไรมาก อาจจะเพราะว่าผมเป็นคนนอก (หมายถึงไม่ใช่คนสเปนโดยตรงเลยไม่อิน) แต่ผมไม่ชอบตอนที่ Figo ย้ายไป Real Madrid หรอกนะ แต่ผมก็ชอบฟุตบอลสเปน มีช่วงเวลาดี ๆ กับมัน
 
 

 

วันนี้ Final Fantasy XV มีอัพเดทเกมเป็นเวอร์ชั่น 1.15 ขนาด 4.01 GB ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 
- เพิ่มระบบ Bestiary : เข้าดูได้จากเมนูหลักของเกม
 
- ระบบเลือก Chapter : จะใช้ได้หลังจากจบเกมก่อนรอบนึง
 
- เนื้อเรื่อง Assassin’s Festival ที่จะเปิดให้เล่นในวันพรุ่งนี้ เล่นได้ถึง 31 มกราคม 2018
 
- เพิ่มชุด Master Assassin’s Robes สำหรับผู้เล่นที่มี Dream Egg ที่ได้จาก Moogle Chocobo Carnival แล้ว
 
**ผลจากอัพเดทนี้ ทำให้ Glitch : God Mode ของน็อคติส บินสำรวจรอบการ์เลีย (เมืองหลวงของนิฟไฮม์) ได้แล้ว
 
ลิงค์หน้า Bestiary ของอราเนีย
 
ลิงค์หน้า Bestiary ของอาร์ดีน อิฟรีท บาฮามุท ศิวะ
 
---------------------------------------------------------------
 
ส่วน Final Fantasy XV มีกำหนดออกอาร์ทบุ๊คแล้วในเดือนธันวาคม 2017 ขนาด 220 หน้า ราคา $49.00โดยยังไม่กำหนดวันที่แน่ชัด
 
 
เดิมทีแล้วทีมงานเคยพูดในงาน Community Event ที่ญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมว่า ณ ตอนนั้นยังออกอาร์ทบุ๊คไม่ได้ เนื่องจากถ้าออกอาร์ทบุ๊คที่รวมงานออกแบบของเนื้อหาทั้งหมด ก็จะสปอยล์เนื้อหา DLC ที่ยังไม่ออกมาได้ ดังนั้นต้องรอให้ DLC ออกมาครบก่อน ถึงจะออกอาร์ทบุ๊คได้
 
ดังนั้น ค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าอาร์ทบุ๊คนี่ก็น่าจะออกตามหลัง Episode Ignis ที่จะออกมาในเดือนธันวาคมเช่นกันครับ ส่วนที่ยังไม่ประกาศวัน ก็เพราะต้องรอเจ้า Episode Ignis มันประกาศวันก่อนนั่นเอง